ทฤษฎีการศึกษาพิพัฒนวาท เป็นทฤษฎีการศึกษาที่อาศัยหลักการของปรัชญาการศึกษาสาขาประสบการณ์นิยมเป็นหลัก กลุ่มนักปรัชญาการศึกษาที่ร่วมกันบุกเบิกทฤษฎีนี้ คือ จอห์น ดิวอี(John Dewey) วิลเลียม คิลแพทริก(William Kilpatrick) และจอห์น ไชล์ดส์(John Childs) ทฤษฎีการศึกษาพิพัฒนวาทซึ่งได้ชื่อว่าเป็น หนทางก้าวหน้าไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรม(Progressive Road to Culture) มีหลักการสำคัญ 6 ประการ คือ
1) การศึกษาคือชีวิต ไม่ใช่การเตรียมตัวเพื่อการดำเนินชีวิต หมายความว่า โรงเรียนควรเป็นที่ ๆ จำลองชีวิตจริงมาให้ผู้เรียนมีประสบการณ์ทางสังคม เป็นแหล่งจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียนมีประสบการณ์ ได้ฝึกฝนค้นคว้า แก้ปัญหาทดลอง และพัฒนาให้ดีขึ้นเพื่อให้สามารถดำรงตนในสังคมได้
2) การศึกษาควรจัดให้สอดคล้องกับความสนใจของผู้เรียน โดยถือผู้เรียนเป็นสำคัญ มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีความเจริญงอกงามรอบด้านทั้งด้านอารมณ์ สังคม ร่างกายและจิตใจ
3) การเรียนรู้โดยวิธีการแก้ปัญหา ควรจะได้รับการเน้นมากกว่าการมุ่งสอนเนื้อหาวิชา
4) บทบาทของครูควรจะเป็นที่ปรึกษามากกว่าเป็นผู้กำกับการเรียนการสอนหรือเป็นผู้ออกคำสั่ง
5) โรงเรียนควรส่งเสริมความร่วมมือมากกว่าการแข่งขัน
6) วิถีชีวิตและค่านิยมประชาธิปไตยควรได้รับการเน้นเป็นพิเศษ
การจัดการศึกษาตามแนวทฤษฎีนี้มีลักษณะดังนี้
- หลักสูตร เน้นที่ประสบการณ์ของผู้เรียนเป็นหลักสำคัญ และควรเป็นประสบการณ์ที่สัมพันธ์กับสังคมด้วย เรียกว่า Child – centered Curriculum หรือ Activity – centered curriculum เนื้อหาที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ คือ สังคมศึกษาและภาษาที่ใช้สื่อความหมาย นอกจากนั้นมีวิชาทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ที่เน้นหนักทางด้านวิธีการมากกว่าตัวเนื้อหา เช่น วิธีการทางวิทยาศาสตร์ในการแก้ปัญหา และวิชาที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับสภาพและปัญหาต่าง ๆ ของสังคมก็จะจัดให้มีการสอนด้วย
- บทบาทของสถานศึกษา สถานศึกษา คือ สถานที่จัดประสบการณ์การเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะดังที่กำหนด สถานศึกษาจึงเป็นที่ ๆ จำลองชีวิตจริงมาให้ผู้เรียนได้ฝึกฝนค้นคว้า แก้ปัญหาทดลอง และพัฒนาให้ดีขึ้น
- การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ มุ่งให้ผู้เรียนได้ลงมือกระทำ ได้คิด และได้พัฒนาด้านต่าง ๆ อย่างสอดคล้องกับความพร้อมและความต้องการของผู้เรียน วิธีสอนที่นำมาใช้จึงมีทั้งการอภิปราย การทดลอง การทำโครงการ การสาธิตฯ เพื่อให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมในการเรียน ได้ลงมือปฏิบัติ เพื่อให้เกิดความเข้าใจ ได้พัฒนาความคิดและวิธีการในการแสวงหาความรู้ต่อไป และผู้เรียนควรได้รับการสอนเรื่องหลักการของประชาธิปไตยด้วย
- บทบาทของผู้สอน ผู้สอน คือ ผู้อำนวยความสะดวก ผู้ช่วยเหลือ ผู้ชี้แนะสร้างสถานการณ์การเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนได้โต้ตอบ เป็นผู้ให้กำลังใจและชักนำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้มากกว่าผู้บอกเนื้อหาวิชา ผู้สอนจะเป็นผู้ชี้นำ กระตุ้นให้ผู้เรียนได้คิด ได้วินิจฉัยตัดสินใจเลือกอย่างชาญฉลาด
- บทบาทของผู้เรียน ผู้เรียน คือ ผู้แสวงหาความรู้ด้วยการลงมือค้นคว้าด้วยตนเองภายใต้การช่วยเหลือของครูผู้สอน ผู้เรียนจึงไม่ใช่ผู้รับความรู้จากผู้สอน แต่เป็นผู้วินิจฉัยผู้ตัดสินใจเลือกและทำอย่างชาญฉลาด ผู้เรียนจึงต้องเป็นผู้ใฝ่รู้ ค้นคว้า ทดลอง พิสูจน์หาความรู้อยู่ตลอดเวลา ผู้เรียนจึงเป็นศูนย์กลางของการเรียนการสอน มีส่วนร่วมในบทเรียน
แนวความคิดตามทฤษฎีนี้ในประเทศไทย ได้มีการศึกษา วิเคราะห์และประยุกต์ใช้ในการจัดการศึกษาของไทยอย่างแพร่หลายและถูกนำมาใช้มากภายหลังจากการปฏิรูปการศึกษา เรียกการจัดการศึกษาตามแนวคิดนี้ว่า การศึกษาแบบพิพัฒนาการ ซึ่งเน้นตัวเด็กและกระบวนการเรียนการสอนเป็นศูนย์กลางของการจัดการศึกษา การจัดการเรียนการสอนตามทฤษฎีนี้เน้นให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์(Experience) เรียนจากการคิด จากการลงมือทำ(Learning by doing) และการแก้ปัญหาด้วยตนเอง
แหล่งอ้างอิง ประมวลสาระชุดวิชา การพัฒนาหลักสูตรและสื่อการเรียนการสอน ม.สุโขทัยธรรมาธิราช