ผู้เขียน หัวข้อ: ประวัติพระเยซูเจ้า  (อ่าน 120302 ครั้ง)

ธันวาคม 25, 2009, 08:00:57 am
  • ทำดี อย่าย่อท้อเพราะคำคน
  • Administrator
  • Jr. Member
  • *****
  • กระทู้: 88
    • ดูรายละเอียด
    • Zhulian Distributor ซูเลียน พัทยา
    • อีเมล์
ประวัติพระเยซู คริสต์

กำเนิด

          ก่อนที่พระเยซูอุบัติ ประวัติศาสตร์ของชนชาติยิวที่เป็นมายังกระจัดกระจาย ไม่สามารถ รวมกัน เป็นปึกแผ่นได้ จวบจนถึงสมัยตกอยู่ภายใต้การปกครองของโรมัน มีหัวหน้าซึ่งเป็น นักพรตของศาสนายิว ประจำอยู่ที่กรุงเยรูซาเลม เมื่อ พ.ศ. 543 หรือ ปีที่ 1 แห่งคริสต์ศักราช (บางตำรากล่าวว่าก่อน คริสต์ศักราช 4 ปี ) พระเยซูไครสต์ได้สมภพขึ้น ในโลกที่ตำบล เบธเลเอ็ม (ฺBethlehem) แคว้นยูดา ในประเทศปาเลสไตน์วันที่ ทรงสมภพไม่มีบันทึกไว้ แน่นอน พระศาสนาจักรได้กำหนดเอาวันที่ 25 ธันวาคม และวันดังกล่าวนี้ชาวคริสต์ถือเป็น วันคริสต์มาส บริเวณที่ทรงสมภพเป็นคอกเลี้ยงสัตว์ โดยเป็นบุตรของโยเซฟ และนางมาเรีย ตระกูลช่างไม้


          นางมาเรียนั้นเป็นผู้สืบสกุลมาจาก พระเจ้าเดวิล โดยเป็นธิดาของโยคิมและนาง แอนนา ตามประวัติศาสตร์กล่าวว่าเมื่อโยคิม กับแอนนาสมรสอยู่กิน กันมาเป็นเวลานาน แต่ก็ หามีบุตรไม่ โยคิมจึงได้บวงสรวงอ้อนวอน พระผู้เป็นเจ้า ขอให้ประทานบุตร ที่ดีให้สักคน หนึ่ง เมื่อได้บวสรวงเช่นนี้บ่อย ๆ เข้า ในที่สุดโยคิมก็ได้บุตรีสมความมุ่งหมาย ได้ตั้งชื่อว่า มาเรีย นางแอนนาได้นำมาเรียไปถวาย ไว้ที่วัดตั้งแต่ยังเยาว์ เพื่อให้ได้เรียนวิชาศาสนาและ การเย็บปักถักร้อย ต่อมาไม่นานบิดามารดาของมาเรียได้ถึงแก่กรรม เมื่อมาเรียโตขึ้นเป็นสาวแล้ว พวกพระที่วัดเห็นว่านางสมควรจะมีสามีได้ แต่นางไม่สมัครใจจะมีสามี แต่ก็สุดวิสัยที่จะหลีกเลี่ยงได้ เพราะกฎหมายบ้านเมืองมีอยู่ว่า หญิงสาวจะไม่มีผู้ปกครองไม่ได้ พวกพระเห็นว่าโยเชพซึ่งเป็นคนจน มีอาชีพในทางเป็นช่างไม้ เป็นผู้สมควร จึงแนะนำให้โยเชพไปสู่ขอ นางมาเรียจึงรับหมั่น เมื่อสู่ขอรับหมั้นได้แล้วยังไม่ได้แต่งงานอยู่กินด้วยกัน แต่ปรากฏว่านางมาเรียมีครรภ์แล้ว (อาจจะเป็นด้วยเดชพระวิญญานบริสุทธิ์ก็ได้) ส่วนโยเซพคู่หมั่นของนางก็เป็นคนดีมีความสัตย์ซื่อ ไม่ต้องการที่จะให้ข่าวนี้แพร่หลาย จึงคิดที่จะให้นางมาเรียหลบหนีไปเสียอย่างลับ ๆ แต่เมื่อโยเซฟยังตริตรองด้วยเรื่องนี้ ในค่ำคืนวันนั้นก็ได้มีทูตของพระเจ้ามาสำแดงในฝันว่า

          "โยเซฟ อย่าวิตกในการที่จะรับเอานางมาเรียมาเป็นภรรยาเจ้าเลยเพราะผู้ที่จะปฏิสนธิ ในครรภ์ของนางเป็นโดยเดช พระวิญญานบริสุทธิ์ นางจะประสูติเป็นชาย แล้วเจ้าจงเรียกนามท่านว่า เยซู เพราะว่าท่านเป็นผู้ที่จะโปรดช่วย พลไพร่ของท่านให้รอดจากความผิดของเขา”

          ครั้นโยเซฟตื่นขึ้นก็ได้ทำตามของทูตของพระเจ้า โดยได้รับนางมาเรียมา แต่มิได้ร่วมอยู่หลับนอนกับนาง จนนางประสูติบุตรชายแล้ว และได้เรียกนามของบุตรว่า “เยซู
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 30, 2011, 08:26:01 am โดย Teacher »
จงอย่าทำลายความหวังของใคร เพราะนั่นอาจจะเป็นความหวังชิ้นสุดท้ายของเขาก็เป็นได้
-----------------------------------------------------
ดูแลรักษาสุขภาพ ด้วยผลิตภัณฑ์จากซูเลียน กาแฟโสม,
ยาสีฟันว่านหางจระเข้,บียางค์,เวกิ-เวร่า,เครื่องกรองน้ำแร่,น้ำผลไม้เข้มข้น,น้ำนมถั่วเหลือง ซูเลียน พัทยา  www.healthylite.com

ธันวาคม 25, 2009, 08:01:44 am
ตอบกลับ #1
  • ทำดี อย่าย่อท้อเพราะคำคน
  • Administrator
  • Jr. Member
  • *****
  • กระทู้: 88
    • ดูรายละเอียด
    • Zhulian Distributor ซูเลียน พัทยา
    • อีเมล์
ชีวิตปฐมวัย


          เมื่อพระเยซูได้สมภพ ณ ตำบลเบธเลเอ็ม แคว้นยูดา ครั้งนั้นเฮโรดเป็นกษัตริย์ผู้ครองกรุงเยรูซาเลมได้พวกนักปราชญ์จากทิศตะวัน ออก คือ เปอร์เซีย เดินทางมายังกรุงเยรูซาเลม แล้วถามว่า

          “ท่านผู้ที่บังเกิดมาเป็นกษัตริย์ชาติยูดาที่อยู่ที่ไหน? เพราะว่าเมื่อเราผู้อยู่ในทิศตะวันออกได้เห็นดาวของท่านปรากฎขึ้น เราจึงหวังจะถวายนมัสการท่าน”

          ครั้นกษัตริย์เฮโรดได้สดับเช่นนั้น ก็ทรงหวาดหวั่นสะดุ้งกลัว ไม่สบายพระทัย ทั้งชาวกรุงเยรูซาเลม ก็พลอยหวั่นกลัวด้วยจึงมีรับสั่งให้ประชุมบรรดาปุโรหิตใหญ่กับพวกอาลักษณ์ แห่งพลเมือง แล้วตรัสถามว่า

           “ผู้เป็นพระคริสต์นั้นจะบังเกิดแห่งใด?”

          พวกเขาทูลว่า “ที่ตำบลเบธเลเฮ็ม แคว้นยูดา”

          กษัตริย์เฮโรดได้เชิญพวกนักปราชญ์เข้าเฝ้าเป็นการลับ แล้วได้ตรัสถามถึงที่ดาวนั้นปรากฎแล้วจึงได้ ให้พวกนักปราชญ์เดินทางไปยังตำบลเบธเลเฮ็ม พร้อมทั้งมีรับสั่ง

          “จงไปหากุมารนั้นเถิด เมื่อพบแล้วจงกลับมาแจ้งแก่เรา เพื่อเราจะได้ไปถวายนมัสการท่านด้วย”

          เมื่อพวกนักปราชญ์ได้ฟังคำของกษัตริย์แล้วก็ได้ลชาไป และดาวซึ่งเขาได้เห็นในทางทิศตะวันออก นั้นก็ได้นำเขาไป จนมาหยุดอยู่เหนือสถานที่ที่กุมารประทับอยู่นั้น พวกนักปราชญ์ก็เกิดปีติยินดี ครั้นเข้าไป ในอาศัยก็ได้พบกุมารกับนางมาเรียมารดา จึงพากันถวายนมัสการกุมารนั้น แล้วเปิดหีบหยิบเอาของวยิเศษ คือ ทองคำ กำยวน มดยอบ ออกมาถวายเป็นเครื่องบรรณาการ แล้วพวกนักปราชญ?เหล่านั้นก็ได้ยินคำห้าม ในฝันมิให้กลับไปเฝ้ากษัตริย์เฮโรด จึงได้กลับไปยังเมืองของตนทางอื่น

          ครั้นพวกนักปราชญ์กลับไปแล้ว ทูตของพระเจ้าได้มาปรากฎแก่โยเซฟในฝันว่า

          “จงลุกขึ้น พากุมารกับมารดาหนีไปยังประเทศอายุมุขโต และคอยอยู่ที่นั่นจนกว่าเราจะบอกเจ้า เพราะว่าเฮโรดจะแสวงหากุมารเพื่อประหารชีวิตเสีย”

          ในเวลากลางคืนโยเซฟจึงได้ลุกขึ้นพากุมารกับมารดาเดินทางไป ยังประเทศอายุมุขโต (อียิปต์) และได้อยู่ที่นั่นเป็นชั่วคราวก่อน ครั้นกษัตริย์เฮโรดที่กรุงเยรูซาเลมทรงทราบว่า พวกนักปราชญ์ดูหมิ่นก็ทรงกริ้วโกรธยิ่งนัก จึงทรงสั่งให้จับเด็กชายตั่งแต่อายุสองขวบลงมาในตำบลเบธเลเฮ็ม และตำบลใกล้เคียงอื่น ๆ แล้วนำไปประหารชีวิต ยังผลทำให้เด็กชายถูกจับไปประหารชีวิตตายเสียเป็นจำนวนมาก ต่อมาครั้น กษัตริย์เฮโรดพระองค์นี้สิ้นพระชนม์ ทูตของพระเจ้าจึงได้ไปปรากฎในฝันแก่โยเซฟที่ประเทศอายมุขโตว่า

          “จงลุกขึ้นพากุมารกับมารดากลับไปยังแผ่นดินอิสราเอล เพราะผู้ที่แสวงชีวิตของกุมารนั้นตายแล้ว”

          โยเชฟจึงได้พากุมารกับมารดากลับไป.ยังแผ่นดินอิสราเอล โดยได้ไปอาศัยที่เมืองนาซาเรธ (Nazareth) แคว้นกาลิเล พรเยซูได้รับการชุบเลี้ยงดูท่ามกลางความสงบและสะอาด ในคัมภีร์ลูกากล่าวไว้ว่า มีชีวิตอยู่อย่างธรรมดาสามัญ สิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ในชีวิตมีแต่เรื่องของศาสนา เรื่องของธรรดาและนักพรต เมื่อพระชนมายุได้ 12 พรรษา ได้ไปฟังธรรมในหมู่อาจารย์ ณ วิหารแห่งหนึ่งในกรุงเยรู เป็นเด็กฉลาด ช่างสังเกต ช่างคิด สามารถตอบปัญหาได้อย่างคล่องแคล่ว โดยได้ไต่ถามโยเชฟผู้บิดาและมาเรียผู้เป็นมารดาก็ได้รับ ความแปลกใจว่า ลูกของตนเป็นพูดจามีเหตุผลยิ่งกว่าเด็กสามัญทั่วไป เมื่อมีใครถามปัญหาอะไรกับพระเยซู พระเยซูมักจะตอบว่า ประเดี๋ยวก่อน ฉันจะถามบิดาของฉันดูก่อน คำว่า “บิดา” ในที่นี้พระเยซูหมายถึงพระเจ้า ซึ่งเป็นลักษณะแสดงว่าพระเยซู มีภูมิธรรมน้อยนำไปสู่ความเป็นศาสดา นอกจากนี้พระเยซูยังเจริญรอยตามอาชีพของบิดาคือ มีอาชีพช่างไม้ได้เป็นช่างไม้ช่วยบิดา แม้จะยากจนแต่ก็หาโอกาส ศึกษาใฝ่หาความรู้ เช่น ได้ศึกษาวิชาประวัติศาสตร์ กฎหมายเฮบรู บทกวี และได้ทรงศึกษา ค้นคว้าพระคัมภีร์ของ ศาสนายิวอย่างละเอียดเป็นพิเศษ ทรงรอบรู้ภาษาต่างชาติหลายภาษา เช่น ภาษาอียิปต์ อาหรับ และ โดยเฉพาะภาษากรีก ยังทรงมีความสามารถพิเศษในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บด้วยพลังทางจิตอย่างสูง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 25, 2009, 08:20:48 am โดย Jarun »
จงอย่าทำลายความหวังของใคร เพราะนั่นอาจจะเป็นความหวังชิ้นสุดท้ายของเขาก็เป็นได้
-----------------------------------------------------
ดูแลรักษาสุขภาพ ด้วยผลิตภัณฑ์จากซูเลียน กาแฟโสม,
ยาสีฟันว่านหางจระเข้,บียางค์,เวกิ-เวร่า,เครื่องกรองน้ำแร่,น้ำผลไม้เข้มข้น,น้ำนมถั่วเหลือง ซูเลียน พัทยา  www.healthylite.com

ธันวาคม 25, 2009, 08:02:35 am
ตอบกลับ #2
  • ทำดี อย่าย่อท้อเพราะคำคน
  • Administrator
  • Jr. Member
  • *****
  • กระทู้: 88
    • ดูรายละเอียด
    • Zhulian Distributor ซูเลียน พัทยา
    • อีเมล์
ประกาศศาสนา

  เมื่อพระเยซูมีพระชนมายุ 30 พรรษา ได้พบกับโยฮันหรือจอห์น ผู้ให้ศีลจุ่ม (John the Baptist) การรับศึกษาศีลจุ่มหรือแบบติสมาเป็นการใช้น้ำ เป็นเครื่องหมายภายนอกเทลงศีรษะ 3 ครั้ง หมายถึง การชำระล้างบาปมลทินโทษต่าง ๆ อันเป็นเครื่องหมายแสดงว่าผู้เข้าพิธีเป็นผู้เข้าถึงพระเจ้า ทำนองเดียวกับการรับ ไตรสรณคนม์ในพุทธศาสนา พระเยซูได้ขอรับแบบติสมาหรือศีลจุ่มตามลัทธิของโยฮัน ณ บริเวณแม่น้ำจอร์แดน การขอรับแบบติสมานี้ครั้งแรกโยฮันทูลห้ามพระเยซูว่า

          “ข้าพเจ้าต้องการขอรับปบบติสมาจากพระองค์มากกว่า ควรหรือที่พระองค์จะเสด็จมาหาข้าพเจ้า?” แต่พระเยซูตรัสตอบโต้โยฮันว่า “บัดนี้จงยอมเถิด เพราะว่าควรเราจะกระทำให้ความชอบสำเร็จทั้งสิ้น”
จงอย่าทำลายความหวังของใคร เพราะนั่นอาจจะเป็นความหวังชิ้นสุดท้ายของเขาก็เป็นได้
-----------------------------------------------------
ดูแลรักษาสุขภาพ ด้วยผลิตภัณฑ์จากซูเลียน กาแฟโสม,
ยาสีฟันว่านหางจระเข้,บียางค์,เวกิ-เวร่า,เครื่องกรองน้ำแร่,น้ำผลไม้เข้มข้น,น้ำนมถั่วเหลือง ซูเลียน พัทยา  www.healthylite.com

ธันวาคม 25, 2009, 08:03:43 am
ตอบกลับ #3
  • ทำดี อย่าย่อท้อเพราะคำคน
  • Administrator
  • Jr. Member
  • *****
  • กระทู้: 88
    • ดูรายละเอียด
    • Zhulian Distributor ซูเลียน พัทยา
    • อีเมล์
ได้อัครสาวก

 หลังจากที่พระเยซูได้ออกมาจากหลงอยู่ในป่า ไม่นานก็ได้ทราบว่ากษัตริย์เฮโรดได้มีรับสั่งให้จับตัวโยฮันหรือจอห์น ให้ศีลจุ่มแก่พระองค์ไปประหารชีวิต เนื่องจากสอนศาสนาวิปริตไปจากคัมภีร์เดิม จึงหลบออกจากเมืองนาซาเรธตรงไปยัง แคว้นกาลิเลท่องเที่ยวเทศนาอยู่ตามหมู่บ้านริมทะเล ในขณะทรงดำเนินอยู่ตามชายทะเลนั้นคัมภีร์มัทธายได้แสดงว่า ทรงเห็นพี่น้องชาวประมง 2 คนหนึ่งชื่อซีมอน (Simon) หรืออีกชื่อว่า เปโตรหรือปีเตอร์ กับน้องชายชื่ออังดรูว์ (Andrew) ทรงถามคนทั้ง 2 ว่า “กำลังทำอะไร?” คนทั้ง 2 ตอบว่า “กำลังตีอวนจับปลา” พระเยซูตรัสว่า “จงตามเรามา เราจะช่วย ให้ท่านตีอวนจับคน” คนทั้ง 2 ตอบว่า เลื่อมใสก็ตามไป พระเยซูทรงพบพี่น้องชาวประมงอีก 2 คน คือ เจมส์ (James) หรือยาคอบ กับจอห์นหรือโยฮัน (John) กำลังหาปลาอยู่ พระเยซูทรงเรียกให้ตามไป สองพี่น้องก็ตามไป ต่อมานั้นพระเยซูก็ได้พบอัครสาวกต่อไปอีก รวมเป็นอัครสาวก 12 คน คือ

    1. ซีมอน หรือ เปโตร
    2. อังดรูว์
    3. เจมส์ หรือ ยาโคโป (ยาคอบ)
    4. จอห์น หรือ โยฮัน
    5. ฟิลิปส์
    6. บาร์โธโลยิว
    7. มัทธาย (มัทธาย คนเก็บภาษี)
    8. โธมัส (โธมา)
    9. เจมส์หรือยาโคโป (บุตรอาละฟาย)
    10. เลบบายส์ หรืออาดาย
    11. ซีมอน (ชาวคานาร้อน)
    12. ยูดา (ผู้กบฎ เป็นผู้ที่นำพาเอาทหารมาจับพระเยซู)

          ในระหว่างนั้นกิตติศัพท์ของพระเยซูไขจรขจายเลื่องลือออกไปไกล ในฐานะได้ทรงสนใจความทุกข์ยากเดือดร้อน ของสามัญชน และได้ช่วยเหลือเขาเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นผู้เจ็บป่วยต่าง ๆ เป็นผู้ได้รับทุกข์ทรมาน ผู้ที่ถูกผีสิง หรือคนเป็นลมบ้าหมู และคนง่อยให้หายจากโรคภัยนั้น ๆ คราวหนึ่งขณะที่พระเยซูกำลังยืนเทศนาให้คนทั้งหลายฟังอยู่ในหมู่บ้านแห่ง หนึ่ง แคว้นกาลิเล ก็มีทหารโรมันหนึ่งเดินทางมาพบคนชุมนุมกันอยู่ เข้าไปดูเห็นพระเยซูกำลังยืนเทศนาอวดอ้างเกียรติคุณของพระเจ้าอยู่ เกิดความเสื่อมใส ได้ขอร้องให้พระเยซูออกไปช่วยรักษาโรคให้ลูกชายซึ่งกำลังนอนป่วยอยู่ที่บ้าน พระเยซูได้ตรัสสั่งนายทหารโรมันคนนั้นเป็นความว่า

          “ท่านจงกลับไปหาลูกของท่านเถิด ถ้าท่านเชื่อว่าลูกชายของท่านจะหายจากความเจ็บป่วยด้วยอำนาจของพระเจ้า โรคก็จะอันตรายธานหายไปเอง”

          นายทหารโรมันคนนั้นก็รีบเดินทางกลับบ้านด้วยความเชื่อ พอถึงบ้านก็เห็นลูกชายหายจากความเจ็บป่วยเป็นปกติ อย่างน่าอัศจรรย์ ผลแห่งการเทศนาและการเข้าใจช่วยนเหลือผู้เดือดร้อนตกทุกข์ได้ยากทั้งหลายโดย ไม่เลือกหน้าเช่นนี้ จึงได้มีผู้คนแตกตื่นมาเฝ้ารุมล้อมพระองค์เป็นจำนวนมาก รวมทั้งได้ติดตามไปดูพระองค์เป็นขวัญตา นอกจากชาวแคว้น กาลิเลเองแล้ว ยังมีชาวเมืองชาวแคว้นอื่น ๆ ได้ดั้นด้นมาเฝ้าพระองค์ แม้จะต้องค้างคืนค้างแรมก็ไม่ย่อท้อ
จงอย่าทำลายความหวังของใคร เพราะนั่นอาจจะเป็นความหวังชิ้นสุดท้ายของเขาก็เป็นได้
-----------------------------------------------------
ดูแลรักษาสุขภาพ ด้วยผลิตภัณฑ์จากซูเลียน กาแฟโสม,
ยาสีฟันว่านหางจระเข้,บียางค์,เวกิ-เวร่า,เครื่องกรองน้ำแร่,น้ำผลไม้เข้มข้น,น้ำนมถั่วเหลือง ซูเลียน พัทยา  www.healthylite.com

ธันวาคม 25, 2009, 08:04:42 am
ตอบกลับ #4
  • ทำดี อย่าย่อท้อเพราะคำคน
  • Administrator
  • Jr. Member
  • *****
  • กระทู้: 88
    • ดูรายละเอียด
    • Zhulian Distributor ซูเลียน พัทยา
    • อีเมล์
เทศนาบนภูเขา (Sermon on the Mount )

           เย็นวันหนึ่งพระเยซูได้เสด็จขึ้นไปบนยอดเข้าพร้อมกับอัครสาวก 12 คน แต่เช้าตรู่ คงด้วยมีพระประสงค์จะให้ อัครสาวกได้สัมผัสกับรสชาติแห่งความสงบ ในบรรยากาศ ส่วนตัวไกลจากสังคมมนุษย์ แต่ก็ไม่วายที่มีฝูงชนติดตาม พระองค์ไป และบังเอิญวันนั้น ในช่วงเย็นมีฝูงชนติดตามขึ้นมาเฝ้าพระองค์เป็นจำนวนมากมายเป็นพิเศษ พระองค์ จึงเสด็จลงไปยังที่ราบบนภูเขาซึ่งมีหญ้าขึ้นเป็นหย่อม ๆ มีโขดหินระเกะระกะ ทรงถือเป็น โอกาสดีที่จะพยายาม ทำความเข้าใจกับฝูงชนที่มาชุมนุมกันอยู่นั้น เกี่ยวกับลักษณะ คำสอน ของพระองค์โดยพระองค์ได้ตรัสว่า

          “อย่าคิดว่าเรามาทำลายพระบัญญัติและคำสอนของศาสดาพยากรณ์เลย เรามิได้มาทำลายแต่เรามาเพื่อจะให้สำเร็จประโยชน์”

          กล่าวคือพระเยซูได้สั่งสอนดำเนินตามคำสอนดั้งเดิมของโมเล สในพระคัมภีร์เก่า เพียงแต่แก้ไขให้ดีประเสริฐลึกซึ้งสมเหตุสมผล มีความหมายยิ่งขึ้นกว่าเดิม เช่น

          โมเลสสอนว่า ห้ามไม่ให้ฆ่ามนุษย์

          แต่พระเยซูสอนว่า ไม่ใช่แต่ไม่ควรฆ่ามนุษย์เท่านั้น แต่ไม่ควรโกรธใครด้วย ไม่ควรด่า ไม่ควรกล่าวคำหยาบต่อใคร ๆ ด้วย ถ้าผู้ใดโกรธหรือด่า หรือกล่าวคำหยาบ ผู้นั้นจะต้องมีโทษถึงพิพากษา เพราะผู้ที่จะล้างบาปได้นั้นจะต้องทำใจให้บริสุทธิ์

          โมเสสสอนว่า ให้ทำการแก้แค้นเท่าเหตุที่ตนได้เสียไป

          แต่พระเยซูสอนว่า การแก้แค้นเป็นสิ่งไม่บังควรทำลาย แม้นใครเขาตบหน้าเราข้างหนึ่ง ก็หันอีกข้างหนึ่งให้เขาตบอีกดีกว่า หรือเขาอยากได้เสื้อชั้นในของเรา เราก็ควรให้เสื้อชั้นนอกแก่เขาด้วยและสอนให้อภัยมีเมตตา แม้แก่ศัตรู

          โมเลสสอนว่า ห้ามล่วงประเวณีทางกายและวาจา

          แต่พระเยซูสอนว่า แม้แต่ทางใจ (ความคิด) ก็ห้ามด้วยเช่นกัน

          โมเลสสอนว่า ไม่ควรทราบสาบาน

          แต่พระเยซูสอนว่า อย่าสาบานเลยดีกว่า และคำสอนหนึ่งพรเยซูทรงสอนที่นับถือว่าสำคัญมาก ซึ่งปัจจุบันถือว่าเป็น “กฎทองคำจองคริสต์ศาสนา” (Golden Rule) ก็คือ

          "จงปฏิบัติต่อผู้อื่นเหมือนอย่างที่เราต้องการให้เขาปฏิบัติต่อเรา”

          นอกจากนี้ก็ทรง สอนว่า ทำบุญไม่ต้องเอาหน้า อย่าสะสมทรัพย์ในโลกนี้ ระวังผู้เป็นประปราชญ์แต่ใจเป็นสุนัข รู้คนด้วย ผลของงานเช่นเดียวกับรู้จักต้นไม้เพราะผลไม้ เป็นต้น
จงอย่าทำลายความหวังของใคร เพราะนั่นอาจจะเป็นความหวังชิ้นสุดท้ายของเขาก็เป็นได้
-----------------------------------------------------
ดูแลรักษาสุขภาพ ด้วยผลิตภัณฑ์จากซูเลียน กาแฟโสม,
ยาสีฟันว่านหางจระเข้,บียางค์,เวกิ-เวร่า,เครื่องกรองน้ำแร่,น้ำผลไม้เข้มข้น,น้ำนมถั่วเหลือง ซูเลียน พัทยา  www.healthylite.com

ธันวาคม 25, 2009, 08:05:26 am
ตอบกลับ #5
  • ทำดี อย่าย่อท้อเพราะคำคน
  • Administrator
  • Jr. Member
  • *****
  • กระทู้: 88
    • ดูรายละเอียด
    • Zhulian Distributor ซูเลียน พัทยา
    • อีเมล์
ผลแห่งเทศนาบนภูเขา

  เมื่อคำสอนเหล่านี้แพร่หลายออกไป ทำให้คนบางกลุ่มบางพวกเห็นว่าคำสอนของพระเยซูหลายเรื่องผิดจากคำสอนเดิม ศาสนายิว และยิ่งพระเยซูกล่าวตำหนิผู้นำศาสนายิวว่าทำตนไม่เหมาะสม เป็นพวกหน้าซื่อใจคด จึงทำให้พระองค์มีผู้เกลียดชังมาก ทั้งพวกนักพรตยิวก็พาอิจฉา คำสั่งสอนใหม่ของพระเยซูกล่าวโดยสรุปความลำบากของพระเยซูในการสั่งสอนเกิด จากเหตุ 2 ประการ คือ

          1.ชาวโรมันผู้มีอำนาจปกครองในเวลานั้นไม่พอใจ

          2. บรรดานักพรตชาวยิวพากันริษยาความดีของพระเยซู ด้วยเกรงว่าพระเยซูจะประกาศศาสนาชิงเอาสาวกของตนไปเสีย

          ในตอนหลัง ๆ ต่อมาพระเยซูประกาศว่า จะพาคนทั้งหลายไปสู่อาณาจักรแห่งสวรรค์ ในทำนองว่าตนเป็นบุตรพระเจ้า พวกนักพรตชาวยิวยิ่งไม่พอใจ มากขึ้น ได้ตั้งข้อคัดค้านพระเยซูว่า พระเยซูไม่ใช่พระเมสสิอาห์ (Messiah) ที่จะช่วยชาวยิวตามทำนาย เพราะพระเมสสิอาห์นั้นจะต้องเป็น ผู้แกล้วกล้าสามารถเป็นนักรบไม่อ่อนแอ ไม่แต่หากมาเพื่อยุยงชาติชาวยิวให้แตกแยกกัน การที่พระเยซูสอนให้คนมีความเมตตากรุณาเสียสละ และให้อภัย แม้กระทั่งแก่ศัตรู ผิดประเพณีนิยม พวกนักพรตชาวยิวจึงถือเอามาเป็นเหตุสำคัญในการกำจัดการร้าย เป็นกบฏต่ออาณาจักรโรมัน เพิ่มขึ้นจากข้อหาว่าสอน ขัดแย้งต่อคำสอนของโมเลส และบังอาจอ้างตนเป็นบุตรของพระเจ้าและเป็นพระเมสสิอาห์
จงอย่าทำลายความหวังของใคร เพราะนั่นอาจจะเป็นความหวังชิ้นสุดท้ายของเขาก็เป็นได้
-----------------------------------------------------
ดูแลรักษาสุขภาพ ด้วยผลิตภัณฑ์จากซูเลียน กาแฟโสม,
ยาสีฟันว่านหางจระเข้,บียางค์,เวกิ-เวร่า,เครื่องกรองน้ำแร่,น้ำผลไม้เข้มข้น,น้ำนมถั่วเหลือง ซูเลียน พัทยา  www.healthylite.com

ธันวาคม 25, 2009, 08:06:09 am
ตอบกลับ #6
  • ทำดี อย่าย่อท้อเพราะคำคน
  • Administrator
  • Jr. Member
  • *****
  • กระทู้: 88
    • ดูรายละเอียด
    • Zhulian Distributor ซูเลียน พัทยา
    • อีเมล์
บั้นปลายชีวิต
          ภายหลังที่พระเยซูได้ประกาศศาสนา ได้มีโอกาสสั่งสอนให้คนเป็นคนดีมีเมตตา มีความรักต่อกันและกัน รวมทั้งได้ อนุเคราะห์ช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก ผู้เจ็บป่วย ผู้ไม่มีที่พึ่งทางใจ กำลังประสบผลสำเร็จอย่างน่าพอใจยิ่ง โดยใช้เวลามาเพียง 3 ปี ชีวิตของพระเยซูก็จะมาถึงซึ่งอวสาน การอวสานของพระเยซูได้เกี่ยวเนื่องกับพิธีกินเลี้ยง (ขนมปังไม่มีเชื้อ) ที่เรียกว่า เทศกาลปัสคาลส์ ( Pascals) เพื่อเป็นอุนสรณ์ถึงวันที่โมเสลพาชาวยิวหนีออกจากอียิปต์พ้นจากความเป็นทาส ได้ อันเป็นอาหารมื้อสุดท้าย (the Last Supper) พระเยซูได้ประทับนั่งบนโต๊ะยาวพร้อมอัครสาวก 12 คน ดูเหมือนพระเยซู จะทรงรู้ล่วงหน้าด้วยวิญญาณว่าจะมีคนมาตามจับพระองค์ และมีสาวกคนหนึ่งจะเป็นผู้ทรยศต่อพระองค์ ในขณะรับประทาน อาหารกันอยู่นั้นพระองค์ได้ตรัสปรารภเรื่องนี้ให้สาวกฟัง สาวกจึงได้ทูลถามว่าจะเป็นใครในบรรดาพวกตน

          พระเยซูจึงได้รับสั่ง "ก็ผู้ที่เอาขนมปังจิ้มในชามเดียวกับพระองค์นั้นแหละจะเป็นทรยศ” “คนเช่นนั้นเกิดมาก็เสียทีเกิด”

          ถึงกับรับสั่งต่อไปว่า ยูดาสาวกคนที่ 12 ได้ฟังเช่นนั้นคงจะรู้สึกตัวถึงกับถามพระเยซูว่า “ท่านอาจารย์หมายถึงข้าพเจ้าหรือ”

           พรเยซูกับตรัสว่า “ขนมปังนี้เท่ากับเนื้อร่างกายของพระองค์”

           แล้วทรงหยิบแก้วไวน์ขึ้นพร้อมกับรับสั่งว่า “เท่ากับ โลหิตของพระองค์เป็นโลหิตแห่งสัญญา ขอให้ทุกคนจงทานและดื่ม เราจะไม่ได้เสวยร่วมกันอีกจนกว่าได้ร่วมกันใหม่ในอาณาตักแหห่งพระเจ้า (Kingdom of god)”

          พอรับประทานเสร็จก็ได้พร้อมกันร้องเพลงสรรเสริญเกียรติคุณ ของพระเจ้า แล้วพระเยซูก็ได้เสด็จเดินทางพร้อมกับสาวกไปยังภูเขามะกอกเทศ (Mount of Olives) แต่ปรากฎว่าระหว่างทาง ยูดาสาวกผู้ทรยศได้แอบหนีไป พรเยซูจึงได้ตรัสเตือนสาวกที่เหลือ 11 คน ให้รักซึ่งกันและกันว่า

          “เรารักเจ้าทั้งหลายมาแล้วฉันใด

          เจ้าจงรักซึ่งกันและกันด้วยฉันนั้น

          คนทั้งปวงจะรู้ได้ว่าเจ้าเป็นเหล่าสาวกของเรา

          ก็เพราะว่าเจ้าทั้งหลายรักซึ่งกันและกัน”

          จากนั้นก็ได้ทรงพาสากวเดินทางต่อไปยังตำบลเกธเซเมน (Gethsemane) ในระหว่างทางก็ได้ตรัสเล่าถึงการที่จะมีคนมาทำร้ายพระองค์ ซึ่งสาวกต่างพากันประกาศแข็งขันว่า จะยอมถวายชีวิต ถ้าตายก็ตายด้วยกันในขณะที่ทรงเจริญสมาธิอธิษบานจิตหาความสงบ ณ บริเวณแห่งหนึ่งในตำบลนี้ พร้อมทั้งรับสั่งให้เฝ้ารักษาดูแลก็ได้มีพวกทหารโรมันโดยยูดาสาวกผู้ทรยศได้ นำทางมา พร้อมทั้งชี้ตัวพระเยซูให้พวกทหารโรมันได้เข้าจับพระเยซู ขณะนั้นปิเตอร์เปโตรอัครสาวกคนสนิทของพรเยซู ได้ชักดาบออกต่อสู้ป้องกัน มีผลทำให้ทหารโรมันคนหนึ่งหูขาดไปข้างหนึ่ง แต่พระเยซูห้ามว่า “ผู้ที่ชักดาบจะพิจารณาเพราะดาบ”

          พระเยซูก็เลยถูกจับโดยง่าย เพราะพระองค์ไม่ต่อสู้ป้องกันตัว ทั้งยังมีสติปล่อยให้จับด้วยดี ฝ่ายสาวกเล่าเห็นศาสดาของตนไม่ต่อสู้และยอมให้เขาจับไปแล้ว ก็พาหลบหนีไปด้วยความกลัว แม้ปิเตอร์หรือเปโตรก็กลัวอันตราย ได้แต่เดินติดตามไปในระยะที่ห่างไกล มีผู้ถามว่าเป็นสาวกของพระเยซูไม่ใช้หรือ ยังไม่กล้าตอบว่าใช่
จงอย่าทำลายความหวังของใคร เพราะนั่นอาจจะเป็นความหวังชิ้นสุดท้ายของเขาก็เป็นได้
-----------------------------------------------------
ดูแลรักษาสุขภาพ ด้วยผลิตภัณฑ์จากซูเลียน กาแฟโสม,
ยาสีฟันว่านหางจระเข้,บียางค์,เวกิ-เวร่า,เครื่องกรองน้ำแร่,น้ำผลไม้เข้มข้น,น้ำนมถั่วเหลือง ซูเลียน พัทยา  www.healthylite.com

ธันวาคม 25, 2009, 08:06:58 am
ตอบกลับ #7
  • ทำดี อย่าย่อท้อเพราะคำคน
  • Administrator
  • Jr. Member
  • *****
  • กระทู้: 88
    • ดูรายละเอียด
    • Zhulian Distributor ซูเลียน พัทยา
    • อีเมล์
พระเยซูถูกตรึงไม้กางเขน


          หลังจากที่พระเยซูถูกจับแล้ว พวกทหารโรมันก็ได้นำไปสู่ที่พิพากษาโทษ คณะกรรมการศาสนาของนักพรตยิว ได้พิพากษาตัดสินให้ลงโทษประหารชีวิตโดย ตรึงไม้กางเขนแต่การประหารชีวิตนั้นต้องนำเสนอขอความเห็นชอบต่อปิลาต (Pilate) ผู้เป็นหัวหน้าปกครองโรมัน ชั้นแรกปิลาต ก็บ่ายเบี่ยง แต่ในที่สุดก็ต้องประหารชีวิตตามเสียงส่วนมาก เพราะประชาชนร้องบอกว่า “จะรับบาปเอาเอง”

          ต่อมาจากนั้นในรุ่งซึ่งเป็นวันศุกร์ พวกทหารโรมันจึงให้พระเยซูแบกไม้กางเขนเดินทางออกไปสู่ตำบลโกลโกธา (Golgotha) (ซึ่งแปลว่าตำบลเนินหัวกะโหลกผี) อันเป็นสถานที่ประหารคน พร้อมกันนั้นก็ได้นำนักโทษของบ้านเมืองคนอื่นอีก 2 คน เพื่อไปประหารชีวิตโดยตรึงไม้กางเขนเช่นเดียวกับพระเยซูเบื้องซ้ายคนหนึ่ง เบื้องขวาอีกคนหนึ่งในระหว่างทางไปสู่ที่ตรึง ณ เนินโกลโกธา นั้น ได้ผู้เดินทางตามไปดูเป็นจำนวนมาก มีคนผู้หนึ่งเดินทางตามไปแลร้องไห้ไปพลางด้วยความสงสาร พรเยซูทรงรับสั่งว่า“อย่าร้องไห้สงสารเราเลย จงร้องไห้สงสารตัวเองเถิด”

          เมื่อเดินทางถึงตำบลโกลโกธาอันเป็นเนินประหารชีวิตแล้ว พวกทหารโรมันก็ได้จับพระเยซูขึ้นตรึงกับไม้กางเขน เพื่อเป็นการประจาน เอาตะปูตอกมือที่มือเหยียดยาวทั้งสองข้าง ส่วนเท้าทั้งสองข้างไขว้ติดกันแล้วเอาตะปูตอก โดยมีนักโทษถูกตรึงในลักษณะเดียวกัน ข้างซ้ายคนหนึ่ง และข้างขวาอีกคนหนึ่ง นับว่าเป็นการประหาร ชีวิตด้วยวิธีที่เหยี้มโหดและเหยียดหยามอย่างโจร ในระหว่างที่ถูกตรึงนั้นพระเยซู ได้รับการทรมานอย่างแสนสาหัส ในขณะนั้นก็ได้ทรงขอน้ำดื่มแล้วทรงขอพรจากพระเจ้า และมีคำสั่งว่า “ขอทรงยกโทษให้เขาเพราะเขาได้ทำไปในสิ่งเขาไม่รู้” คำพูดประโยคนี้ดูเหมือนถือกันว่าเป็นปัจฉิมพจน์ของพระเยซู ตั้งแต่เที่ยงวันของวันนั้นจนถึงบ่าย 3 โมง มีความวิปริตทางดินฟ้าอากาศ โดยอากาศได้มือครื้มทั่วไปทั้งแผ่นดิน พอพระเยซูตรัสปัจฉิมพจน์ดังกล่าวแล้วไม่นาน มีพระโลหิตซึมจากมือและเท้าที่ถูกที่ตุปูตอก และพระศอ (คอ) ตกแล้วก็สิ้นพระชนม์ชีพไปอย่างเหลือที่จะทนทรมานได้เมื่อ พ.ศ. 575 มีพระชนมายุ ได้ 32 พรรษา ทั้ง ๆ ที่ ยังหนุ่มและยังโสด

          ต่อมาจากนั้นพวกทหารโรมันก็ได้จัดการนำศพไปบรรจุ การบรรจุนั้นได้เจาะศิลาเข้าไป แล้วเอาศพบรรจุ เอาแผ่นหินก้อนใหญ่เป็นฝาปิดปากช่อง มีผู้คนตามไปดูการบรรจุศพเป็นจำนวนมาก และหลายคนได้นำเอาน้ำหอมไปประพรมหลุมศพบรรจุศพด้วย พอถึงวันอาทิตย์มีผู้คนพากันไปสักการะหลุมบรรศพ แต่กลับได้พบว่าแผ่นดินฝาหลุมศพได้เคลื่อนออก และไม่มีศพอยู่ภายใน เป็นความเชื่อถือกันในหมู่คริสตศาสนิกชนส่วนมากว่า พระเยซูได้ทรงกลับฟื้นคืนชีพเสด็จขึ้นสวรรค์ อย่างไรก็ตามการที่พระเยซูต้องถูกตรึงด้วยไม้กางเขนสิ้นชีพเช่นนี้ นิกายโรมันคาทอลิกถือว่า พระยะโฮวาผู้เป็นเจ้าเป็นผู้ทรงพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้แก่มวลชน มนุษยชาติ ได้ประทานพระบุตร (พระเยซู) ลงมาเพื่อเสียสละชีวิตเป็นการไถ่ถอนโทษบาป (Atonement) ของมนุษย์ โดยพลีชีวิตพระบุตรของพระองค์ให้เป็นทาสพลี

          เมื่อพระเยซูได้ถูกประหารชีวิตด้วยวิธีที่เหี้ยมโหด และสิ้นชีพอย่างทรมานไปแล้ว สาวกที่เคยหลบหนีเอาตัวรอดนั้นกลับได้คิด โดยเปโตรหรือปิเตอร์ อัครมหาสาวก ได้ประกาศตัวเป็นสาวกของพระเยซูโดยเปิดเผยและได้ทำการยอมสละชีวิต ประกาศเผยแพร่คำสั่งสอนของพระเยซูจน ถูกจับส่งไปกรุงโรม แต่กษัตริย์ผู้ปกครองกรุงโรมันตัดสินว่าไม่ผิด เลยได้โอกาสเผยแพร่คำสั่งสอนเป็นการใหญ่จนแพร่หลายกลายเป็นศาสนา และปิเตอร์หรือเปโตรเองก็ได้รับยกย่องว่าเป็นนักบุญ (Saint) เท่ากับเป็นอรหันต์องค์หนึ่งของคริสต์ศาสนาซึ่งชาวคริสต์ศาสนิกชนได้พากัน เรียกว่า เซนต์ปิเตอร์ ต่อมาได้กลายเป็น ชื่อของมาวิหารสำคัญ คือ วิหารเซนต์ปิเตอร์ตั้งอยู่ในบริเวณสำนักวาติกันในกรุงโรมทุกวันนี้ ส่วนยูดาสาวกผู้ทรยศรับสินจ้างเป็นเงินเพียง 30 แผ่น ให้ทหารโรมันมาจับอาจารย์ของตนไปประหารนั้น ภายหลังก็กลับได้สำนึกในความผิดของตน เสียใจทนอยู่ในโลกดูหน้าใครไม่ได้ จึงนำเงินค่าจ้างฆ่าพระเยซูนั้นไปบริจาคอุทิศให้แก่คนยากจนในโบสถ์แห่งหนึ่ง แล้วไปผูกคอตาย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 25, 2009, 08:18:08 am โดย Jarun »
จงอย่าทำลายความหวังของใคร เพราะนั่นอาจจะเป็นความหวังชิ้นสุดท้ายของเขาก็เป็นได้
-----------------------------------------------------
ดูแลรักษาสุขภาพ ด้วยผลิตภัณฑ์จากซูเลียน กาแฟโสม,
ยาสีฟันว่านหางจระเข้,บียางค์,เวกิ-เวร่า,เครื่องกรองน้ำแร่,น้ำผลไม้เข้มข้น,น้ำนมถั่วเหลือง ซูเลียน พัทยา  www.healthylite.com

ธันวาคม 25, 2009, 08:08:43 am
ตอบกลับ #8
  • ทำดี อย่าย่อท้อเพราะคำคน
  • Administrator
  • Jr. Member
  • *****
  • กระทู้: 88
    • ดูรายละเอียด
    • Zhulian Distributor ซูเลียน พัทยา
    • อีเมล์
พระเยซูในทัศนะของศาสนาอิสลาม

ชาวมุสลิมถือว่า อีซา ไม่ใช่บุตรของพระเจ้า แต่เป็นวิญญาณหนึ่งซึ่งพระผู้เป็นเจ้าบันดาลให้บังเกิดในครรภ์มาเรียโดยมิได้มีความสัมพันธ์กับบุรุษ

ในวัยเด็กของพระเยซู คัมภีร์อัลกุรอานเล่าเพียงช่วงที่มะลักตนหนึ่งจำแลงกายเป็นบุรุษเข้ามาพบกับมัรยัม (พระแม่มารีย์) และบอกนางว่า นางจะได้บุตรโดยปราศจากบิดา เมื่อนางจะคลอดก็ได้หนีออกไปคลอดนอกเมือง ไปที่โคนต้นอินทผาลัม เมื่อคลอดเสร็จแล้ว พระผู้เป็นเจ้าไดทรงบรรดาลให้มีตาน้ำไหลออกมาให้มัรยัมได้ดื่ม เมื่อพาบุตรกลับมา นางก็ถูกถามและกล่าวหาว่านางได้ผิดประเวณีได้บุตรไร้บิดา นางไม่ยอมพูดแต่อีซาพูด ออกมาว่า ข้าพเจ้าเป็นทาสของพระผู้เป็นเจ้า พระองค์ได้ประทานคัมภีร์ และแต่งตั้งให้ข้าพเจ้าเป็นนบี อัลกุรอานไม่ได้บอกเล่าชีวประวัติในวัยเด็กอีกเลย

คัมภีร์อัลกุรอานและ พระวรสารนักบุญบาร์นาบาส ได้บันทึกว่า เยซูได้แสดงปาฏิหาริย์หลายครั้ง ในจำนวนนั้นคือ การรักษาคนเป็นโรคเรื้อน การชุบชีวิตคนตาย การเรียกสำรับอาหารจากฟ้า และการเป่าก้อนดินเหนียวให้เป็นสัตว์มีปีกบินได้

พระคริสตธรรมคัมภีร์ บันทึกว่า พระเยซูสิ้นพระชนม์บนกางเขนและกลับคืนพระชนม์ชีพ ในขณะที่อัลกุรอาน และพระวรสารนักบุญบาร์นาบัส ระบุว่า เยซูยังไม่ได้ตาย ผู้ที่ถูกตรึงทีไม้กางเขนเป็นผู้อื่น พระวรสารนักบุญบาร์นาบาสระบุว่า ผู้ที่ถูกตรึงนั้นคือ เยฮูดาห์
จงอย่าทำลายความหวังของใคร เพราะนั่นอาจจะเป็นความหวังชิ้นสุดท้ายของเขาก็เป็นได้
-----------------------------------------------------
ดูแลรักษาสุขภาพ ด้วยผลิตภัณฑ์จากซูเลียน กาแฟโสม,
ยาสีฟันว่านหางจระเข้,บียางค์,เวกิ-เวร่า,เครื่องกรองน้ำแร่,น้ำผลไม้เข้มข้น,น้ำนมถั่วเหลือง ซูเลียน พัทยา  www.healthylite.com

ธันวาคม 25, 2009, 08:09:27 am
ตอบกลับ #9
  • ทำดี อย่าย่อท้อเพราะคำคน
  • Administrator
  • Jr. Member
  • *****
  • กระทู้: 88
    • ดูรายละเอียด
    • Zhulian Distributor ซูเลียน พัทยา
    • อีเมล์
พระนามอื่นของพระเยซู
 
พระมหาไถ่ เป็นพระคุณนามของพระเยซูคริสต์เจ้า ในฐานะที่พระองค์เป็นบุตรของพระเจ้าและลงมาในนามของพระยาเวห์ เพื่อประกาศแนวทางอันเป็นหลักคำสอนในศาสนาคริสต์ เพื่อให้ผู้ปรารถนาชีวิตนิรันดร์และมีโอกาสอยู่ร่วมในดินแดนของพระเจ้าภายหลังวันสุดท้ายของโลก หรือวันตัดสินผู้ที่เชื่อในพระเยซูและพระเจ้าเพื่อเข้าสู่ดินแดนสวรรค์กับผู้ไม่เชื่อและเพิกเฉยในคำสอนเพื่อไปยังขุมนรก
จงอย่าทำลายความหวังของใคร เพราะนั่นอาจจะเป็นความหวังชิ้นสุดท้ายของเขาก็เป็นได้
-----------------------------------------------------
ดูแลรักษาสุขภาพ ด้วยผลิตภัณฑ์จากซูเลียน กาแฟโสม,
ยาสีฟันว่านหางจระเข้,บียางค์,เวกิ-เวร่า,เครื่องกรองน้ำแร่,น้ำผลไม้เข้มข้น,น้ำนมถั่วเหลือง ซูเลียน พัทยา  www.healthylite.com

ธันวาคม 25, 2009, 08:10:30 am
ตอบกลับ #10
  • ทำดี อย่าย่อท้อเพราะคำคน
  • Administrator
  • Jr. Member
  • *****
  • กระทู้: 88
    • ดูรายละเอียด
    • Zhulian Distributor ซูเลียน พัทยา
    • อีเมล์
การกำหนดปีคริสต์ศักราช

           การกำหนดคริสต์ศักราชเกิดขึ้นหลายร้อยปีหลังจากพระเยซู เสด็จขึ้นสวรรค์ แต่วิจัยในเชิงวิชาการพบว่า มีองค์ประกอบบางอย่างที่บ่งบอกว่าวันที่พระเยซูคริสต์ถือกำเนิดนั้น อาจไม่ใช่วันที่ 25 ธันวาคม และอาจไม่ใช่แม้แต่เป็นเดือนธันวาคม ทั้งตำแหน่งดาวบนท้องฟ้า และภูมิอากาศหลาย ๆ อย่าง จากการวิเคราะห์โดยนักประวัติศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์และนักคอมพิวเตอร์สมัยใหม่ พบว่า วันที่พระเยซูคริสต์ประสูตินั้น จริง ๆ อาจจะ เป็นวันที่ 17 เมษายน 6 ปีก่อนคริสตกาล (พ.ศ. 538) ตามปฏิทินเกรกอเรียน
จงอย่าทำลายความหวังของใคร เพราะนั่นอาจจะเป็นความหวังชิ้นสุดท้ายของเขาก็เป็นได้
-----------------------------------------------------
ดูแลรักษาสุขภาพ ด้วยผลิตภัณฑ์จากซูเลียน กาแฟโสม,
ยาสีฟันว่านหางจระเข้,บียางค์,เวกิ-เวร่า,เครื่องกรองน้ำแร่,น้ำผลไม้เข้มข้น,น้ำนมถั่วเหลือง ซูเลียน พัทยา  www.healthylite.com

ธันวาคม 25, 2009, 08:12:40 am
ตอบกลับ #11
  • ทำดี อย่าย่อท้อเพราะคำคน
  • Administrator
  • Jr. Member
  • *****
  • กระทู้: 88
    • ดูรายละเอียด
    • Zhulian Distributor ซูเลียน พัทยา
    • อีเมล์
หลักฐานทางประวัติศาสตร์

การ เกิดของพระเยซูคริสต์มิใช่นวนิยาย มิใช่เรื่องราวที่มนุษย์แต่งขึ้น แต่เป็นชีวิตจริงที่มีหลักฐานทาง ประวัติศาสตร์ ยืนยันคือ เมื่อประมาณ 2,000 ปีมาแล้ว พระเยซูคริสต์เกิดที่ตำบลเล็กๆแห่งหนึ่ง ชื่อ "เบธเลเฮม" ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากกรุงเยรูซาเล็ม ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ประมาณ 10 กิโลเมตร ในประเทศอิสราเอลปัจจุบัน พระองค์เกิดมาในครอบครัวที่ยากจน บิดาเป็นช่างไม้ ชื่อ โยเซฟ มารดาชื่อ มารีย์ ทั้งสองสืบเชื้อสายจากอดีต กษัตริย์ของชาวยิวคือ กษัตริย์ดาวิด ชีวิตในวัยเด็กและวัยหนุ่มของพระเยซู ก็เหมือนสามัญชนทั่วไป ไม่มีการ บันทึกไว้มากนัก จนพระองค์เริ่มพระราชกิจของพระองค์ เมื่ออายุได้ 30 ปี จึงได้มีบันทึกเรื่องราวชีวิตและคำสอน ของพระองค์ ไว้ในประวัติศาสตร์ พระองค์กระทำราชกิจและสั่งสอนประชาชน อยู่ได้เพียง 3 ปี แต่เป็น 3 ปีที่ เปลี่ยนโฉมหน้าประวัติศาสตร์โลก เรื่องราวที่ละเอียดกว่านี้ หาอ่านได้จากเอกสาร ชีวประวัติของพระเยซู ในหนังสือ พระคริสตธรรมคัมภีร์ ช่วงพระกิตติคุณมัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น และในบันทึกและคำอ้างอิงของนักประวัติศาสตร์ โลกเช่น Flavius Josephus (นักประวัติศาสตร์ในศตวรรษที่ 1 เกิด ค.ศ. 37) Seutonius (นักประวัติศาสตร์ โรมัน ค.ศ. 120) และ Plinius Secundus (นักการเมืองโรมัน ค.ศ. 122) ฯลฯ แม้แต่สารานุกรมอันเป็นที่ เชื่อถือของคนทั่วโลก ฉบับล่าสุดที่ชื่อว่า Encyclopaedia Britannica ก็ได้บรรยายถึงเรื่องราวชีวิตของพระเยซู ด้วยถ้อยคำ ถึงสองหมื่นคำ นี่ย่อมแสดงถึงความสำคัญและความจริงแห่งชีวิตอันน่าเชื่อถือ ของพระเยซู ตามหลักฐาน ทางประวัติศาสตร์.
คำยืนยันที่โลกต้องตะลึง
ดัง ได้กล่าวไว้ในบทนำว่า พระเยซูคริสต์เป็นศาสดาคนเดียวของโลกที่อ้างว่าตนเองคือพระเจ้า และคำอ้างนี้ก็ เกี่ยวข้องโดยตรงกับภารกิจของพระองค์ เราสามารถสรุปสาระสำคัญของภารกิจ ที่พระเยซูคริสต์กระทำอย่าง สั้นๆได้ว่า "พระเยซูคริสต์เป็นพระบุตรของพระเจ้า มาเกิดเป็นมนุษย์ เพื่อนำมนุษย์ให้เข้าถึงพระเจ้าโดยการสิ้น พระชนม์ บนไม้กางเขน" ดังที่พระองค์ได้ตรัสไว้ชัดเจนว่า "เราเป็นทางนั้น เป็นความจริง และเป็นชีวิต ไม่มีผู้ใด มาถึงพระบิดาได้ นอกจากจะมาทางเรา" (ยอห์น 14:6) เพราะความสำคัญของภารกิจนี้ พระเยซูคริสต์ต้องการให้ สาวกเข้าใจอย่างถูกต้องเกี่ยวกับตัวพระองค์ จึงได้ถามว่า "ท่านคิดว่าเราคือใคร" และเมื่อสาวกคนหนึ่งที่ชื่อ ซีโมน เปโตร ตอบว่า "พระองค์คือพระคริสต์ พระบุตรของพระเจ้า ผู้ทรงพระชนม์อยู่" แทนที่พระเยซูจะตกใจในคำตอบ ของสาวกผู้นั้น พระองค์กลับกล่าวชมเชยว่า "ซีโมนบุตรโยนาเอ๋ย ท่านก็เป็นสุขเพราะว่ามนุษย์ มิได้แจ้งความนี้ แก่ท่าน แต่พระบิดาของเราผู้ทรงสถิตในสวรรค์ ทรงแจ้งให้ทราบ" (มัทธิว 16:15-17) ใช่ แล้ว พระเยซูคริสต์ อ้างว่าพระองค์เป็นพระเจ้า เป็นคำอ้างที่โลกต้องตะลึง อยากให้เราพิจารณา คำอ้างของพระเยซู ซึ่งกล่าวถึงพระองค์ เองดังต่อไปนี้
1. พระเยซูคริสต์อ้างว่า "พระองค์เป็นบุคคลคนเดียวกันกับพระเจ้า" พระเยซูคริสต์ตรัสว่า "เรากับพระบิดาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน" (ยอห์น 10:30) ตามคำบันทึกในพระคัมภีร์เมื่อ พระเยซูคริสต์ตรัสเช่นนี้ ทำให้พวกยิวที่นับถือพระเจ้าเพียงองค์เดียว ยอมรับไม่ได้ พวกเขาตั้งใจจะฆ่าพระเยซู โดยจะหยิบก้อนหินขว้างพระองค์ แต่พระองค์ถามพวกเขาว่า "เราได้แสดงให้ท่านเห็นการดีหลายประการ ... ท่านทั้ง หลายจะขว้างเราให้ตายเพราะการกระทำข้อใดเล่า" พวกยิวตอบว่า "เราจะขว้างท่านมิใช่เพราะการกระทำดี แต่เพราะ การพูดหมิ่นประมาทพระเจ้า เพราะว่าท่านเป็นเพียงมนุษย์แต่ ตั้งตัวเป็นพระเจ้า" (ยอห์น 10:30-33) อีกตอนหนึ่ง ขณะที่พระเยซูถูกพิพากษาในศาลทางศาสนาของชาวยิวนั้น พระองค์ยอมรับความเป็นพระเจ้า ของพระองค์อย่างชัดเจน ตามคำบันทึกในมาระโก 14:61-64 เมื่อมหาปุโรหิตของชาวยิวถามว่า พระองค์เป็นผู้นั้น (พระเจ้า) ที่ควรแก่การนมัสการใช่หรือไม่ พระเยซูคริสต์ตอบอย่างชัดเจนและตรงไปตรงมาว่า "เราเป็น" ทั้งยัง กล่าวต่อไปอีกว่า คนทั้งหลายจะเห็นพระองค์เสด็จกลับมาด้วยฤทธานุภาพในเมฆแห่งฟ้าสวรรค์ ฝ่ายมหาปุโรหิต ได้ฟังก็โกรธจึงกล่าวว่า "เราต้องการพยานอะไรอีกเล่า ท่านทั้งหลายได้ยินเขาพูดหมิ่นประมาทพระเจ้าแล้ว ท่าน ทั้งหลายคิดเห็นอย่างไร" คนทั้งปวงเห็นพ้องต้องกันว่า ควรจะมีโทษถึงตาย ฉะนั้น ปฏิกิริยาที่ชาวยิวแสดงออกมา ด้วยความโกรธหลังจากที่ได้ยิน ได้ฟังคำอ้างของพระเยซูคริสต์แสดงว่า พวกเขาเข้าใจอย่างชัดเจนไม่ผิดพลาดว่า "พระเยซู อ้างว่าตนเองเป็นพระเจ้า"
2. พระเยซูคริสต์อ้างว่า "พระองค์เป็นบ่อเกิดแห่งชีวิตและเป็นผู้ประทานชีวิต แม้กระทั่งชีวิตหลังความตาย" พระเยซูคริสต์ตรัสว่า "เราเป็นทางนั้นเป็นความจริงและเป็นชีวิต" (ยอห์น 14:6) และยังตรัสอีกว่า "เราได้ มาเพื่อเขาทั้งหลายจะได้ชีวิต และได้ชีวิตนั้นอย่างครบบริบูรณ์" (ยอห์น 10:10) โปรดสังเกตว่า พระองค์ไม่ได้ บอกว่า "เรารู้จักหนทางสู่ชีวิต" แต่ตรัสว่า "เราคือชีวิต และเป็นผู้นั้นที่สามารถประทานชีวิต" ฉะนั้นถ้าผู้ใดรู้สึกเบื่อ ชีวิต คือชีวิตที่มีความหมายในพระองค์ได้ ขณะที่ผู้หญิงคนหนึ่งร้องไห้เสียใจที่ลาซารัส น้องชายของเธอตามไป พระเยซูคริสต์ได้กล่าวคำพูดอมตะ ในฐานะ ผู้กุมอำนาจแห่งความตายว่า "เราเป็นเหตุให้คนทั้งปวงเป็นขึ้นและมีชีวิต ผู้ที่วางใจในเรานั้นถึงแม้ว่า เขาตายแล้วก็ยัง จะมีชีวิตอีก และทุกคนที่มีชีวิตและวางใจในเรา จะไม่ตายเลย" (ยอห์น 11:25-26) มีคนธรรมดาคนใดหรือที่กล้า กล่าวคำพูดเช่นนี้
3. พระเยซูคริสต์อ้างว่า "พระองค์คือ ผู้พิพากษามนุษย์ ในวันสิ้นสุดของโลก" พระเยซูคริสต์ตรัสอย่างชัดเจนว่า การพิพากษาทั้งสิ้นนั้นอยู่ในอำนาจโดยตรงของพระองค์ (ยอห์น 5:22) และ เมื่อวันสิ้นสุดของโลกมาถึง บรรดาคนที่ตายแล้วก็จะกลับเป็นขึ้นมา เพื่อรับการพิพากษา จากพระองค์และรับผลอัน ควรสำหรับแต่ละคน บางคนจะเข้าสู่ชีวิตนิรันดร์ แต่บางคนจะได้ยินพระสุรเสียงที่น่ากลัว ตรัสสั่งว่า "ท่านทั้งหลายผู้ ต้องแช่งสาป จงถอยไปจากเรา เข้าไปอยู่ในไฟซึ่งไหม้อยู่เป็นนิตย์ ซึ่งเตรียมไว้สำหรับมารร้ายและสมุนของมัน" (มัทธิว 25:41) และที่สำคัญกว่านั้นคือ เงื่อนไขแห่งการพิพากษาขึ้นอยู่กับท่าที ที่มนุษย์มีต่อพระองค์ ดังคำตรัสว่า "ทุกคนที่จะรับเราต่อหน้ามนุษย์ เราจะรับผู้นั้นต่อพระพักตร์พระบิดาของเราผู้ทรงสถิตในสวรรค์ แต่ผู้ใดจะไม่ยอมรับ เราต่อหน้ามนุษย์ เราจะไม่ยอมรับผู้นั้นต่อพระพักตร์พระบิดาของเราผู้ทรงสถิตในสวรรค์ด้วย" (มัทธิว 10:32-33) อยากให้คุณพิจารณาคำอ้างที่เกินมนุษย์นี้สักนิด สมมุติว่า ถ้าวันนี้มีใครสักคนยืนขึ้น แล้วประกาศต่อสาธารณะชนว่า เขา คือผู้ที่จะกลับมาในฐานะผู้พิพากษาโลก และชะตากรรมของเราขึ้นอยู่กับว่า เราจะเชื่อคำพูดของเขาหรือไม่ คุณจะมีความ เห็นต่อคนที่กล่าวคำพูดนี้อย่างไร คุณคงคิดว่า คนนี้น่าจะไปอยู่โรงพยาบาลบ้านสมเด็จฯ มากกว่าหรือไม่ก็ควรไปหา จิตแพทย์ เราจะพูดถึงเรื่องนี้มากขึ้นเมื่อศึกษาถึงบทวิเคราะห์ คำอ้างของพระเยซูคริสต์ จุดประสงค์ของการยกขึ้นมา กล่าวในที่นี้ เพียงเพื่อยืนยันว่า พระเยซูคริสต์ได้อ้างว่า พระองค์คือผู้พิพากษามนุษย์โลกจริง ซึ่งเป็นคำอ้างที่เราต้อง สนใจเป็นพิเศษ
4. พระเยซูคริสต์อ้างว่า "พระองค์เป็นผู้มีสิทธิอำนาจในการยกความผิดบาปของมนุษย์ได้" คงไม่เกินความจริงนักถ้าจะกล่าวว่า ไม่มีศาสดาคนใดในโลกที่กล้าให้ความมั่นใจถึง ร้อยเปอร์เซ็นต์ว่า สามารถจะยก ความผิดบาปหรือลบล้างความผิดบาปของทุกคนที่ติดตามเขาได้ เรามักได้ยินคำสอนว่า "บาปส่วนบาป บุญส่วนบุญ) แต่พระเยซูคริสต์เป็นผู้เดียวที่กล้ากล่าวว่า เราทำได้ ดังมีบันทึกในพระคัมภีร์ 1ยอห์น 1:9 ว่า "ถ้าเราสารภาพบาปของเรา พระองค์ทรงสัตย์ซื่อและเที่ยงธรรม ก็จะทรงโปรดยกบาปของเรา และจะทรงชำระเราให้พ้นจากการอธรรมทั้งสิ้น" ครั้งหนึ่งมีคนนำคนง่อยคนหนึ่งมาเพื่อให้พระเยซูคริสต์รักษา พระเยซูคริสต์ตรัสกับคนง่อยผู้นั้นว่า "ลูกเอ๋ย บาปของ เจ้าได้รับอภัยแล้ว" (มาระโก 2:5) พวกผู้นำศาสนายิวในสมัยนั้นได้ยิน ก็รู้สึกไม่พอใจจึงกล่าวว่า "ทำไมคนนี้พูดเช่นนี้ หมิ่น ประมาทพระเจ้านี่ ใครจะยกความผิดบาปได้ เว้นแต่พระเจ้าเท่านั้น" ถูกแล้ว เราเห็นด้วยกับคำพูดนี้ ใครจะยกความผิดบาปของ มนุษย์ได้ เว้นแต่พระเจ้าเท่านั้น พระเยซูคริสต์อ้างว่า พระองค์คือพระเจ้าที่สามารถลบล้างความผิดบาปของมนุษย์และ ของคุณได้
5. พระเยซูคริสต์อ้างว่า "ท่าทีของมนุษย์ต่อพระองค์ ก็คือท่าทีต่อพระเจ้า" หรืออีกนัยหนึ่งพระองค์กำลังบอกว่า พระองค์คือ พระเจ้า โปรดสังเกตคำพูดต่อไปนี้ของพระองค์ ผู้ที่เห็นเรา ก็เท่ากับเห็นพระเจ้า (ยอห์น 12:45 ; 14:9) ผู้ที่รู้จักเรา ก็รู้จักพระเจ้า (ยอห์น 8:19 ; 14:7) ผู้ที่เชื่อเรา ก็เชื่อพระเจ้า (ยอห์น 12:44) ผู้ที่ต้อนรับเรา ก็ต้อนรับพระเจ้า (มาระโก 9:37) ผู้ที่เกลียดชังเรา ก็เกลียดชังพระเจ้า (ยอห์น 15:23) เพราะว่าพระองค์เป็นพระเจ้า ในสภาพของมนุษย์ เรามีท่าทีอย่างไรต่อพระองค์ ก็เท่ากับมีท่าทีอย่างนั้นต่อพระเจ้าด้วย
6. พระเยซูเป็นผู้ที่มีอิทธิพลต่อชีวิตคนมากที่สุดในโลก คงไม่เกินความจริงมากไป หากจะพูดว่า พระเยซูคริสต์เป็นผู้ที่มีอิทธิพลต่อชีวิตคนมากที่สุดในโลก ในทุกยุคทุกสมัย นี่ไม่ใช่ความคิดเห็นของผู้เขียนเท่านั้น แต่เป็นคำกล่าวของนักประวัติศาสตร์ เรืองนามท่านหนึ่งชื่อ Kenneth Scott Latourette ท่านได้เขียนไว้ว่า "พระเยซูคริสต์เป็นผู้ที่มีอิทธิพลต่อชีวิตของคนมากที่สุดในโลกอย่างที่ไม่ เคยปรากฎมาในประวัติศาสตร์ และอิทธิพลที่พระองค์มีต่อชีวิตคนนั้น นับวันจะทวีขึ้นเรื่อยๆ" พระเยซูคริสต์ใช้เวลาในการทำราชกิจของพระองค์เพียงสามปีเท่านั้น แต่เป็นสามปี ที่มีความหมายสูงสุด เป็นสามปีที่ได้ พลิกโฉมหน้าของประวัติศาสตร์โลก ดังที่เราเห็นจากตัวอย่างข้อเท็จจริงเหล่านี้ พระเยซูคริสต์ไม่เคยเขียนหนังสือแม้สักเล่มแต่มีหนังสือในทุกชาติภาษาที่ เขียนถึงเรื่องของพระองค์ พระเยซูคริสต์เป็นครู ที่มีศิษย์มากที่สุดในโลก (จำนวนคริสตชนในปัจจุบัน มีมากกว่าหนึ่งพันล้านคน) พระเยซูคริสต์ได้รักษาผู้ที่จิตใจฟกซ้ำ มาเป็นจำนวนนับไม่ถ้วนตลอดทุกยุคสมัย ในประวัติศาสตร์มีคนจำนวนมหาศาล ยินยอม พลีชีพเพื่อพระเยซูคริสต์ด้วยความจงรักภักดีทั้งทื่พระองค์มิได้เป็นผู้กุม อำนาจทางการทหารหรือการเมือง ใช่แล้ว สามัญชนผู้นี้แหละที่คนจำนวนมากทั่วโลกยินดีมอบชีวิตของตน เพื่อติดตามพระองค์ ทำไมหรือ ก็เพราะพระองค์เป็นพระเจ้า ที่มาบังเกิดเป็นมนุษย์ จึงสามารถเข้าใจและเห็นใจในความอ่อนแอบกพร่องตลอดจนความทุกข์และความเจ็บปวด ในชีวิตของเรา และพระองค์ยังเป็นพระเจ้าที่ทรงพระชนม์อยู่ในปัจจุบัน จึงสามารถเป็นที่ปรึกษาและเป็นเพื่อนอยู่กับเราตลอดไปได้
7. พระเยซูคริสต์ สามารถสนองตอบความต้องการส่วนลึกสุดของจิตใจมนุษย์ ทุกวันนี้วิทยาการยิ่งก้าวหน้าดูเหมือนว่า มนุษย์กลับยิ่งไม่มีความสุข มนุษย์มีความสามารถสารพัด เอาชนะธรรรมชาติ พิชิตดวงจันทร์ แต่ไม่สามารถพิชิตตนเอง เพราะว่าปัญหาพื้นฐานของมนุษย์อยู่ที่จิตใจ ภายในจิตใจมนุษย์คือช่องว่างที่ไม่อาจถมให้เต็มได้ด้วย เงินทอง บ้านช่องสวยหรู อำนาจ ชื่อเสียงหรือกามารมณ์ นั่นเพราะเราแสวงหาในทางที่ผิด Augustine นักปรัชญาที่ยิ่งใหญ่คนหนึ่ง เคยร้องทูลพระเจ้าว่า "พระองค์เจ้าข้า พระองค์ทรงสร้างเรามาเพื่อพระองค์เอง จิตใจของเราไม่อาจพบความสงบสุขแท้ได้เลย จนกว่า เราพบความสงบสุขในพระองค์" ทุกวันนี้ มนุษย์ส่วนใหญ่ยังคงดิ้นรนต่อสู้ แก้ปัญหาทุกวิถีทางด้วยความสามารถที่จำกัดของตนโดยปราศจากพระเจ้าและหลาย ครั้ง เราก็ต้องพบกับความผิดหวังเพราะสังคมมนุษย์ จมดิ่งสู่ความชั่วมากขึ้นทุกที ยิ่งกว่านั้น ความทุกข์ ความสิ้นหวัง ความว้าเหว่ ความว่างเปล่า และความกลัว ได้ครอบงำจิตใจของมนุษย์มากขึ้นๆ จนเราไม่แน่ใจว่า เรากำลังมุ่งหน้าไปสู่อะไรกันแน่ ท่ามกลางความสิ้นหวังของสังคมมนุษย์นี้เอง พระเยซูคริสต์ได้ก้าวเข้ามาพร้อมกับอาสาที่จะแก้ไขปัญหาหลักของมนุษย์ โปรดฟังคำ ท้าชวนของพระองค์ต่อไปนี้ ด้วยจิตใจที่พินิจพิจารณา "บรรดา ผู้ลำบากเหน็ดเหนื่อย จงมาหาเราและเราจะให้ท่านทั้งหลายหายเหนื่อยเป็นสุข" (มัทธิว 11:28) "เรามอบสันติสุขไว้ให้แก่ท่านทั้งหลาย สันติสุขที่เราให้แก่ท่านนั้น เราให้ท่านไม่เหมือนโลกให้ อย่าให้ใจของท่านวิตกและอย่ากลัวเลย" (ยอห์น 14:27) "ถ้าผู้ใดกระหาย ผู้นั้นจงมาหาเราและดื่ม" (ยอห์น 7:37) "เราเป็นอาหารแห่งชีวิต ผู้ที่มาหาเราจะไม่หิว และผู้ที่วางใจเราจะไม่กระหายอีกเลย" (ยอห์น 6:35) "เรามาเพื่อเขาทั้งหลายจะได้ชีวิตและได้อย่างครบบริบูรณ์" (ยอห์น 10:10)
จงอย่าทำลายความหวังของใคร เพราะนั่นอาจจะเป็นความหวังชิ้นสุดท้ายของเขาก็เป็นได้
-----------------------------------------------------
ดูแลรักษาสุขภาพ ด้วยผลิตภัณฑ์จากซูเลียน กาแฟโสม,
ยาสีฟันว่านหางจระเข้,บียางค์,เวกิ-เวร่า,เครื่องกรองน้ำแร่,น้ำผลไม้เข้มข้น,น้ำนมถั่วเหลือง ซูเลียน พัทยา  www.healthylite.com

ธันวาคม 25, 2009, 08:25:23 am
ตอบกลับ #12
  • ทำดี อย่าย่อท้อเพราะคำคน
  • Administrator
  • Jr. Member
  • *****
  • กระทู้: 88
    • ดูรายละเอียด
    • Zhulian Distributor ซูเลียน พัทยา
    • อีเมล์
ลักษณะบุคลิกของบุคคลในประวัติศาสตร์ ศาสนาคริสต์

พระแม่มารีย์


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 30, 2011, 08:28:12 am โดย Teacher »
จงอย่าทำลายความหวังของใคร เพราะนั่นอาจจะเป็นความหวังชิ้นสุดท้ายของเขาก็เป็นได้
-----------------------------------------------------
ดูแลรักษาสุขภาพ ด้วยผลิตภัณฑ์จากซูเลียน กาแฟโสม,
ยาสีฟันว่านหางจระเข้,บียางค์,เวกิ-เวร่า,เครื่องกรองน้ำแร่,น้ำผลไม้เข้มข้น,น้ำนมถั่วเหลือง ซูเลียน พัทยา  www.healthylite.com

 


SimplePortal 2.3.3 © 2008-2010, SimplePortal